การติดตั้ง Pick to Light System ถือเป็นการลงทุนที่สำคัญสำหรับองค์กรที่มีการจัดการคลังสินค้า โดยเฉพาะในการพัฒนาระบบการเลือกสินค้า (picking) ที่ต้องการความเร็วและความแม่นยำ การคำนวณต้นทุนในการติดตั้งและการพิจารณาปัจจัยที่เกี่ยวข้องจะสามารถช่วยให้ผู้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างมั่นใจว่าจะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนที่คุ้มค่า ในบทความนี้เราจะมาเจาะลึกการคำนวณต้นทุนและปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนการติดตั้ง Pick to Light System เพื่อให้คุณสามารถวางแผนได้อย่างรอบคอบและเหมาะสมกับความต้องการของธุรกิจ
ต้นทุนเริ่มต้นในการติดตั้งระบบ

ต้นทุนเริ่มต้นในการติดตั้ง Pick to Light System จะขึ้นอยู่กับขนาดของคลังสินค้าที่ต้องการติดตั้ง รวมถึงคุณสมบัติที่ต้องการในระบบ เช่น จำนวนตำแหน่งที่ต้องการติดตั้งไฟ LED สำหรับแจ้งเตือน (light modules) และจำนวนคอมพิวเตอร์หรือเซิร์ฟเวอร์ที่จำเป็นในการควบคุมระบบ โดยส่วนใหญ่แล้วต้นทุนนี้จะประกอบไปด้วย
- ค่าอุปกรณ์ (Hardware) ระบบ Pick to Light ประกอบด้วยอุปกรณ์หลัก เช่น ไฟ LED สำหรับ (light displays) เซ็นเซอร์ เครื่องอ่านบาร์โค้ด หรือ RFID และอุปกรณ์เชื่อมต่ออื่นๆ ซึ่งอุปกรณ์แต่ละชนิดมีราคาที่แตกต่างกันตามฟังก์ชันการทำงานและความซับซ้อนของระบบ
- ค่าโปรแกรม (Software) การติดตั้ง Pick to Light จะต้องมีซอฟต์แวร์ที่สามารถเชื่อมโยงระหว่างระบบการจัดการคลังสินค้ากับระบบ Pick to Light เพื่อควบคุมการเลือกสินค้า ซึ่งอาจต้องมีการพัฒนาโปรแกรมเฉพาะหรือซื้อซอฟต์แวร์จากผู้ผลิต
- ค่าแรงงานในการติดตั้ง ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งอุปกรณ์ รวมถึงการฝึกอบรมพนักงานให้สามารถใช้งานระบบได้อย่างถูกต้อง
ต้นทุนการบำรุงรักษาและการสนับสนุนหลังการติดตั้ง

หลังจากการติดตั้ง Pick to Light System แล้ว การบำรุงรักษาระบบเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว ต้นทุนนี้รวมถึง
- การบำรุงรักษาระบบ (Maintenance Costs) ระบบอาจจำเป็นต้องได้รับการบำรุงรักษาเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เช่น การเปลี่ยนไฟแสดงผลหรือเซ็นเซอร์เกิดความเสียหาย และการอัพเดตซอฟต์แวร์เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ
- ค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนทางเทคนิค (Technical Support) อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการรับบริการจากผู้ผลิตหรือผู้ให้บริการระบบ เพื่อแก้ไขปัญหาทางเทคนิคต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างการใช้งาน
ประสิทธิภาพในการเพิ่มขึ้นของความเร็วและความแม่นยำในการทำงาน

การลงทุนใน Pick to Light System สามารถเพิ่มความเร็วและความแม่นยำในการเลือกสินค้าได้ โดยพิจารณาจากการเปรียบเทียบกับวิธีการเลือกสินค้าด้วยมือหรือระบบอื่นๆ ซึ่ง Pick to Light สามารถลดเวลาในการค้นหาสินค้าในคลัง ลดความผิดพลาดในการเลือกสินค้าและเพิ่มความสามารถในการจัดการคำสั่งซื้อที่มากขึ้นได้
เช่น หากคุณสามารถลดเวลาในการเลือกสินค้าจาก 5 นาทีเป็น 2 นาที ต่อการเลือกหนึ่งรายการ คุณจะสามารถทำคำสั่งซื้อได้มากขึ้นในระยะเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ ระบบยังช่วยลดข้อผิดพลาดจากการเลือกสินค้าผิด (order picking errors) สามารถลดค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการจัดส่งสินค้าผิดได้
การประเมิน ROI (Return on Investment)
หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญในการพิจารณาการติดตั้ง Pick to Light System คือการประเมินผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ซึ่งจะช่วยให้คุณเห็นว่าการลงทุนในระบบนี้คุ้มค่าหรือไม่ โดยสามารถคำนวณ ROI ได้จากการเปรียบเทียบต้นทุนที่เกิดขึ้นกับผลประโยชน์ที่ได้รับจากการติดตั้งระบบ
โดยใช้สูตร

ผลประโยชน์สุทธิอาจรวมถึงการลดต้นทุนการจัดการคลังสินค้าที่เกิดจากความผิดพลาดในการเลือกสินค้าและเพิ่มความเร็วในการจัดการคำสั่งซื้อ ซึ่งทำให้ส่งผลดีระยะยาว
ปัจจัยที่ต้องพิจารณาก่อนลงทุน
ก่อนตัดสินใจติดตั้ง Pick to Light System ควรพิจารณาปัจจัยเหล่านี้เพื่อความคุ้มค่าในการลงทุน
- ขนาดและลักษณะของคลังสินค้า ขนาดของคลังสินค้าจะมีผลต่อจำนวนและประเภทของอุปกรณ์ที่ต้องการติดตั้ง รวมถึงวิธีการในการจัดการคลัง
- ประเภทของสินค้าและการจัดการคำสั่งซื้อ ถ้าคุณมีสินค้าหลายประเภทที่ต้องการความแม่นยำและรวดเร็วในการหยิบจับ ระบบ Pick to Light อาจจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสม
- ความต้องการในการขยายระบบในอนาคต ถ้าคุณมีแผนที่จะขยายธุรกิจในอนาคต ควรเลือกระบบที่สามารถปรับขยายได้ง่ายและรองรับการขยายตัวของคลังสินค้า
- งบประมาณในการลงทุน ต้นทุนเริ่มต้นและค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาเป็นปัจจัยที่สำคัญในการพิจารณาความคุ้มค่าของการลงทุน
- ความสามารถในการรองรับเทคโนโลยีใหม่ คุณต้องมั่นใจว่าบริษัทหรือทีมงานที่ดูแลระบบมีความสามารถในการจัดการกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย สามารถปรับปรุงระบบได้ตามความต้องการ

ตัวอย่างการคำนวณต้นทุนในการติดตั้ง Pick to Light System
เพื่อให้เห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ลองมาดูตัวอย่างการคำนวณต้นทุนในการติดตั้ง Pick to Light System ในคลังสินค้าขนาดกลาง
สมมุติว่าในคลังสินค้ามี 200 ตำแหน่งที่ต้องหยิบสินค้า (pick locations) และต้องการใช้ระบบ Pick to Light ที่ประกอบไปด้วยไฟ LED จำนวน 200 หน่วย ราคาต่อหน่วยประมาณ 2,000 บาท ราคาการติดตั้งระบบเซ็นเซอร์และการเชื่อมต่อกับระบบ WMS คือ 500,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาระยะยาวประมาณ 10,000 บาทต่อปี ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมพนักงาน 20 คน คือ 50,000 บาท
ต้นทุนการติดตั้งทั้งหมด
- ราคาของแสงไฟ LED 200 หน่วย x 2,000 บาท = 400,000 บาท
- ค่าติดตั้งระบบเซ็นเซอร์และเชื่อมต่อ WMS 500,000 บาท
- ค่าบำรุงรักษาระยะยาว (สมมุติเป็นระยะเวลา 5 ปี) 10,000 บาท x 5 ปี = 50,000 บาท
- ค่าฝึกอบรมพนักงาน 50,000 บาท
รวมต้นทุนการติดตั้งทั้งหมด 400,000 + 500,000 + 50,000 + 50,000 = 1,000,000 บาท
ต้นทุนต่อปี (ระยะเวลา 5 ปี)
- 1,000,000 บาท ÷ 5 ปี = 200,000 บาทต่อปี
จากตัวอย่างนี้จะเห็นได้ว่า แม้ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งจะดูสูงในตอนแรก แต่เมื่อคำนวณต้นทุนต่อปีจะพบว่าไม่สูงเกินไปเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่ได้จากการลดข้อผิดพลาดในการหยิบสินค้าและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
การคำนวณต้นทุนและการพิจารณาปัจจัยต่างๆ ก่อนการติดตั้ง Pick to Light System เป็นสิ่งสำคัญที่สามารถช่วยให้ธุรกิจตัดสินใจได้อย่างมั่นใจว่าการลงทุนนี้จะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า เมื่อพิจารณาทั้งต้นทุนเริ่มต้น ต้นทุนการบำรุงรักษา และผลประโยชน์ที่ได้รับจากการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ระบบ Pick to Light อาจเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับธุรกิจที่ต้องการเพิ่มความเร็วและความแม่นยำในการจัดการคลังสินค้า